admin_bblcfy

ซิ้อประกันรถยนต์ผ่านโบรกเกอร์ดีอย่างไร แล้วโบรกเกอร์คืออะไรละ เรามีคำตอบ

ซิ้อประกันรถยนต์ผ่านโบรกเกอร์ดีอย่างไร                                                                        ทำประกันรถยนต์สมัยนี้ไม่ใช่เรื่องยากแล้วเพราะว่าเราสามารถหาข้อมูลดีๆได้หลายทางไม่ว่าจะเป็นทางเว็บไซต์  ตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือแม้ว่าโบรกเกอร์ของแต่ล่ะบริษัท เดียวนี้ก็มีให้เลือกหลากหลายมากมาย มาเสนอข้อเสนอดีๆให้กับเรา พอๆ กับ บริษัทนายหน้าประกันภัยรถยนต์ การทำประกันผ่านโบรกเกอร์สมัยนี้ก็สะดวกดี อย่างที่เคยเจอมาเคยซื้อประกันผ่านโบรกเกอร์ ก็จะสะดวกดีเพราะว่าโบรกเกอร์ ประกันรถยนต์ เขาสามารนำข้อเสนอต่างๆของบริษัทประกันหลายๆแห่งมาเปรียบเทียบความคุ้มครองให้เราฟังว่าของที่ไหนดี ของที่ไหนให้ความคุ้มครองเราสูงและสามารถนำตารางเทียบราคาเบี้ยประกันรถยนต์มาให้เราเลือกได้หลากหลาย และที่สำคัญ การทำประกันรถยนต์ผ่านโบรกเกอร์ก็จะได้ราคาที่ถูกกว่าและอาจจะได้ข้อเสนอที่ดีกว่าการทำกับบริษัทโดยตรง โบรกเกอร์สามารถต่อรองและเสนอลดราคา หรือจะเพิ่มข้อเสนอให้กับเราดีกว่าบริษัทประกันภัย  เดียวนี้โบรกเกอร์ทางประกันภัยรถยนต์ก็มีความเชียวชาญให้คำปรึกษาว่าประกันประเภทไหนที่เหมาะกับการใช้งานอย่างเรา แถมยังมีความรู้ความสามารถด้านกฎหมายและความคุ้มครองต่างๆหมดความกังวลเรื่องของการเสียเปรียบกับบริษัทประกันภัยรถยนต์ได้เลย  สิ่งสุดท้ายที่เราจะได้จากการทำประกันกับโบรกเกอร์ คือ ลดปัญหาและความยุ่งยากเวลามีเหตุการณ์ที่เราต้องเคลม เพราะว่าทางโบรเกอร์ประกันสามารถทำหน้าทีช่วยเดินเรื่องการเคลมให้กับเราได้  ไม่ต้องเสียเวลาหาข้อมูลของแต่ละบริษัทว่าอันไหนดีอันไหนไม่ดี เหมือนมีตัวช่วยหาข้อมูลและก็อธิบายให้เราฟังแบบสบายๆเลย อย่างที่ผ่านมาเคยขับรถชน เราก็เป็นผู้หญิงเนอะไม่รู้ว่าจะทำยังไง อย่างแรกเลยที่ทำก็คือ โทรหาโบรกเกอร์ประกันรถยนต์เนี้ยแหละที่เราเคยทำเอาไว้  เชื่อไหมไม่ถึง 15 นาที ก็มีเจ้าหน้าที่มาดูเราแล้ว สวนเรื่องของการเคลมทางโบรกเกอร์ประกันรถยนต์เขาก็รีบเร่งรีบตามให้ เราก็สบายเลยไม่ต้องมานั่งปวดหัวเองว่าจะไปตามเรื่องของการเคลมที่ไหนดี เพราะสวนมากที่เวลาเราไปซื้อกับบริษัทประกันโดยตรงก็จะมีปัญหาเรื่องการเคลม ติดต่อกับใครก็จะได้แต่คำตอบที่ว่า ไม่ทราบคะ รอสักครู่นะคะ อีก 1 อาทิตย์ค่อยติดต่อมาใหม่ พูดง่ายๆทิ้งเราเลยบริการหลังการขายไม่ได้เรื่องเลยเป็นแบบนี้เสียความรู้สึกจริงๆ แต่ก็อีกอย่างซื้อประกันรถยนต์กับโบรกเกอร์ก็ต้องดูให้ดีๆไม่ใช่ได้ยินซื้อกับโบรกเกอร์ดีตัดสินใจเลย แต่ถ้ามีปัญหาที่หลัง คนที่แย่ก็คือตัวเราไม่ใช่ใครเลย ยังไงก็คิดให้ดี คิดให้รอบครอบก่อนที่จะตัดใจซื้อประกันกับใครดี ปัจจุบันนี้มี บริษัทตัวแทน ประกันภัยรถยนต์ มากมายให้เลือกซื้อ ต้องดูดีๆก่อนตัดสินใจ เพราะบางที […]

สิ่งที่ควรเตรียมพร้อมสำหรับขับรถยนต์ ขนาดคนไม่ประมาทยังพลาด แล้วคนประมาทจะเหลืออะไร

สิ่งที่ควรเตรียมพร้อมสำหรับขับรถยนต์ ตามสถิติการเกิดอุบัติเหตุมีมากขึ้นทุกปี สาเหตุหลักๆเกิดจากการที่เราไม่รู้จักสมรรถภาพทางร่างกายของตัวเราเอง คิดว่าขับรถไหว ไม่เมาบ้าง ยังไม่ง่วง ไม่อยากพักกลัวเสียเวลา รวบไปถึงการขับรถเร็วเกินไปจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุมากขึ้นทุกปีและ ประกันภัยรถยนต์ ก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยทั่วไปแล้ว อุบัติเหตุแต่ละครั้งที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่เกิดจากการที่ตัวเราเองประมาท ไม่ประเมินว่าสมรรถภาพทางร่างกายของเราพร้อมที่จะเดินทางหรือเปล่า อย่างเมื่อคืนนอนมาแค่ 2 ชั่งโมง ร่างกายก็พักผ่อนไม่เพียงพอตื่นเช้ามาก็จับพวงมาลัยขับรถออกไปแหละ โดยที่ไม่ทันคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น พอขับๆรถไปก็มีอาการหลับใน คิดว่าไม่ง่วงอยู่ๆก็หลับเชยเลย ทำให้รถพลิกค่ำบ้าง ชนกับต้นไม้บ้าง บางครั้งอาจทำให้ถึงกับชนบางคนที่ใช้ถนนเหมือนกันเกิดอุบัติเหตุไปด้วย อีกทั้งบางคนกินเหล้ามาก็ยังจะมาขับรถเลย ทั้งๆที่เขาก็รณรงค์ว่า เมาไม่ขับ คนเราก็ยังจะฝ่าฟืนขับไปอีก ตามสถิติอันดับแรกที่เกิดอุบัติเหตุก็มาจาก เมาแล้วขับนั้นแหละ ถ้าคนเราทุกคนมีแต่ความประมาณไม่รู้จักหน้าที่รับผิดชอบของตนเอง เห็นแก่ตัวทุกอย่างก็จบเหมือนกัน สิ่งที่เราต้องเตรียมความพร้อมหลังจากที่เราอยู่หลังพวงมาลัยก็คือ มั่นตรวจความพร้อมของรถยนต์ที่เราใช้ หมั่นเช็คลมยางให้ดี ยางไม่แข็งจนเกินไปและไม่อ่อนจนเกินไป ตรวจดูสภาพของรถยนต์ที่เราจะใช้เดินทางว่าพร้อมไหม โดยเฉพาะเรื่อง ประกันภัยรถยนต์ หรือถ้ามีเวลามากๆให้เอารถเข้าศูนย์ตรวจเช็คสภาพของรถ และถ้าเราต้องเดินทางตอนกลางคืนอย่างน้อยต้องรู้จักสันทางในการเดินทาง ไม่ขับรถเร็วเกินไป เพราะระยะของสายตาจะไม่เหมือนที่เราใช้สายตาตอนกลางวันเลย และถ้ารถเสียระหว่างทางให้หาอุปกรณีอย่างไฟเปิดสัญณาณเอาไว้เพื่อที่รถที่ขับมาจะได้มองเห็น ไม่ทำให้ขับมาชนท้ายรถของเรา รวมถึงเตรียมเบอร์ฉุกเฉินเอาไว้เพื่อว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะได้ช่วยเหลือเราทัน และอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ คือ สภาพร่างกายของตนเราพักผ่อนให้เพียงพอพร้อมที่จะเดินทาง ถ้าเกิดขับรถไปแล้วรู้สึกว่าง่วงอย่าฟืนร่างกายโดยเด็จขาด หาที่จอดรถที่ปลอดภัยพักสักครู่เพื่อให้ร่างกายรู้สึกไม่เพลียหรือไม่ก็ล้างหน้าหาเครื่องเครื่องดื่มเย็นๆมาดื่ม แล้วเดินยืดเส้นยืดสายบางเพื่อผ่อนคลาย ทั้งหมดที่กล่าวมานี้อย่างเดียวที่สำคัญมากที่สุด คือ ร่างกายของเราและความไม่ประมาทเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำคัญคนใช้ถนนอย่างเรา […]

สิ่งแรกที่ควรทำหลังเกิดอุบัติเหตุ ไม่ต้องตกใจ เรามีวิธีที่จะช่วยทำให้คุณใช้ชีวิตง่านขึ้น

สิ่งแรกที่ควรทำหลังเกิดอุบัติเหตุ                      ช่วงวันหยุดพักผ่อนยาวๆหรือจะเป็นช่วงเทศกาล ก็มักจะเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเยอะมาก มีทั้งบาดเจ็บเล็กน้อย กระทั่งเสียชีวิต ส่วนคนอีกจำพวกก็ประเภท ชนแล้วหนี  ไม่ว่าจะดูจากหนังสือพิมพ์ ทีวี ก็มีให้เห็นแทบทุกวัน ประกันภัยรถยนต์ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยจริงไหม อุบัติเหตุบนท้องถนน มีให้เห็นเสมอทุกวัน คนสมัยนี้ก็ขาดความรับผิดชอบและประมาทกันมาก และ   เวลาเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาก็มักจะขาดสติ ไม่รู้จะทำอะไรก่อนและจะทำยังไงดี แต่เมื่อเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรหาแถวทางแก้ไขเมื่อเกิดเหตุขึ้นมา อย่างแรกที่เราควรทำคือ ต้องรวบรวมสติให้เร็วที่สุด อย่าตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา แล้วโทรหา ประกันภัยรถยนต์ แต่ถ้าสมมุติว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้นเราอยู่ในเหตุการณ์ ก็ควรมีน้ำใจช่วยคนบาดเจ็บตามความเหมาะสม หรือถ้าเป็นไปได้ควรจดจำทะเบียนรถ ยี่ห้อรถ สีรถแล้วก็รีบแจ้งกับตำรวจ  แต่หากบังเอิญอุบัติเหตุครั้งนั้นตัวเราบาดเจ็บเพราะโดนชน ถ้าตัวเรายังมีสติอยู่ก็ร้องขอความช่วยเหลือ เพราะคนที่มามุงดูอาจไม่รู้ว่าเราเจ็บมากขนาดไหนจะได้มีคนช่วยเราถูกวิธี แต่ถ้าเราเป็นคนขับ อย่างแรกเลยห้ามหนี้เป็นอันขาด เพราะมันจะแสดงให้เห็นเจตนาเลยว่าเราตั้งใจชนแล้วหนี้ ผู้กระทำผิดไม่ใช่อาชญากรโทษไม่มากอะไรแต่ถ้าเรารอมอบตัวและอยู่ช่วยคนบาดเจ็บ ศาลก็จะปราณีลดโทษให้ และสิ่งต่อมาที่เราควรทำถ้ารถของเรามี ประกันภัยรถยนต์ ก็ต้องรีบบอกกับบริษัทประกันทันที อย่างน้อยๆแต่ละบริษัทเขาจะมีเจ้าหน้าทีมาดูที่เกิดเหตุ แต่ถ้าเรามีกล้องถ่ายรูปติดมาด้วยหรือจะเป็นมือถือก็ได้ ควรถ่ายรายละเอียดเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นสถานทีหรือความเสียหายตามจุดต่างๆของรถรวมถึงรถคู่กรณีด้วย  ทั้งหมดที่กล่าวมาที่สำคัญที่สุดก็คือ สติ ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตามต้องมีสติมากที่สุด แต่ถ้าเราขาดสติแล้วทุกอย่างที่จะผ่านไปด้วยดีก็อาจที่จะมีปัญหามากขึ้นเพราะว่าว่า สติอย่างเดียว เพราะฉะนั้นเวลาเกิดเรื่องขึ้นมา รวบรวมสติแล้วค่อยทำตามขั้นตอน สิ่งไหนควรทำก่อนและสิ่งไหนควรทำที่หลัก และสิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างคือ น้ำใจต่อเพื่อนรวมโลกด้วยกันไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายที่ถูกก็ควรมีน้ำใจช่วยเหลือคนบาดเจ็บก่อน […]

ต้องทำอย่างไร…..หากการเบิกเงินค่าซ่อม จากประกันภัยรถยนต์ ให้ได้ง่ายที่สุด

ต้องทำอย่างไร…..หากการเบิกเงินค่าซ่อม  อุบัติเหตุถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ  ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วแน่นอนว่าหากเกิดการสูญเสียหรือเกิดความเสียหายขึ้นกับรถ   เราเองที่เป็นเจ้าของรถก็จะต้องรีบเอารถไปซ่อมอย่างแน่นอน  เพื่อที่จะได้รถมาใช้งานต่อให้เร็วที่สุด  แต่บางครั้งก็มีค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เราจะต้องสำรองจ่ายไปก่อน หรือบางครั้งก็ต้องนำไปซ่อมที่อู่อื่นก่อน  ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เราสำรองจ่ายไปนั้นส่วนนี้เราสามารถที่จะทำการขอเบิกจาก บริษัทประกันภัยรถยนต์ได้  ว่าแต่หากต้องการเบิกจะต้องทำอย่างไรบ้างนั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ โดยปกติในการนำรถไปซ่อมกับอู่ในเครือของบริษัทประกันรถยนต์ ทุกครั้งทางอู่จะเป็นผู้ดำเนินการให้ทั้งหมดในเรื่องของการเบิกค่าใช้จ่าย  เนื่องจากอู่เป็นคู่สัญญากับ บริษัทประกันภัยรถยนต์ อยู่แล้ว แต่ในกรณีที่ผู้เอาประกันรถยนต์ได้ทำการสำรองจ่ายบางส่วนและในกรณีที่ผู้ทำ ประกันภัยรถยนต์ เข้าซ่อมอู่นอกเครือ ทางผู้เอาประกันสามารถที่จะทำการเบิกค่าซ่อมคืนได้ด้วยเช่นกันทั้งสองกรณี   ด้วยการนำรถประกันพร้อมกับเอกสารรายละเอียดเกี่ยวกับการซ่อม  เอกสารการอนุมัติราคา  และเอกสารประจำตัว  มาติดต่อที่สาขาของ บริษัทประกันภัยรถยนต์ ได้ทันที ส่วนในกรณีที่ไม่สะดวกมาดำเนินการเองและมอบอำนาจให้ผู้อื่นนั้นมาดำเนินการแทนก็จำเป็นที่จะต้องนำรถคันที่ทำประกันรถยนต์มาพร้อมกับเอกสารต่อไปนี้  สำเนาบัตรประชาชนผู้เอาประกัน  สำเนาใบอนุญาตขับขี่ของผู้ขับขี่รถประกัน    หนังสือมอบอำนาจในการดำเนินการในกรณีที่ต้องการให้ผู้อื่นดำเนินการแทน สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ สำเนาทะเบียนรถคันที่ทำประกันรถยนต์   สำเนากรมธรรม์ในกรณีที่คู่กรณีเป็นรถ ภาพถ่ายของความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถ ภาพถ่ายขณะที่ซ่อม   ภาพถ่ายซากอะไหล่  และภาพถ่ายหลังจากที่ทำการซ่อมเสร็จเรียบร้อย  เมื่อเตรียมเอกสารต่างๆเหล่าครบทั้งหมดแล้ว จากนั้นก็ให้ไปติดต่อที่สำนักงานหรือสาขาของ บริษัทประกันภัยรถยนต์ ได้เลยค่ะ ในส่วนของช่วงระยะเวลาในการเบิกค่าใช้จ่ายคืนจากการบริษัทประกันภัยรถยนต์มีดังนี้  ในส่วนของค่าซ่อมหรือจ่ายคืนอู่นั้น  จะทำการจ่ายคืนภายในระยะเวลา 35 วัน   ส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆที่จะทำการจ่ายคืนผู้เอาประกันหรือชื่อบุคคล และจะทำการจ่ายคืนภายในระยะเวลา 15 วันทำการ  ทั้งนี้ในกรณีในการจ่ายค่าซ่อมที่มีจำนวนเงินน้อยกว่า 5,000 บาท ทางผู้เอาประกันภัยรถยนต์หรือเจ้าของรถสามารถที่จะทำเบิกค่าซ่อมหรือค่าใช้จ่ายคืนเป็นเงินสดได้   ด้วยการดำเนินการเช่นเดียวกับข้างต้น แต่ทั้งนี้ต้องเป็นการจ่ายคืนผู้เอาประกันรถยนต์หรือเจ้าของรถเท่านั้น   หากเป็นในกรณีของการมอบอำนาจให้ดำเนินการ   จะต้องระบุให้ชัดเจนในหนังสือมอบอำนาจว่าให้รับเป็นเงินสดได้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในการเบิกค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากอย่างที่หลายๆคนคิด  ซึ่งหากเตรียมเอกสารต่างๆให้ครบถ้วนก็สามารถที่จะทำการเบิกได้แล้วค่ะ  […]

หลักการพิจารณาสินไหมกรณีมีแผลเดิม…..อยู่แล้ว บริษัทจะซ่อมให้ไหม

หลักการพิจารณาสินไหมกรณีมีแผลเดิม…..อยู่แล้ว เมื่อรถถูกเฉี่ยวชนหรืออุบัติเหตุต่างๆ   สิ่งที่เราทำและนึกเป็นอันดับแรกคือ การโทรหาประกัน  เพื่อทำการเคลม  แต่ก็มีหลายๆปัจจัยที่ทำให้การเคลมเปลี่ยนแปลงไปจากที่เราต้องการ  ซึ่งอย่างเช่นในกรณีของการทำสีรถที่มีแผลเดิมอยู่แล้ว  หลายคนคงจะงงว่าทางบริษัทจะใช้หลักอะไรในการพิจารณาค่าสินไหม  ซึ่งวันนี้เราก็มีกรณีตัวอย่างของลูกค้าท่านหนึ่งมาให้ดูกันค่ะ  ซึ่งเธอเองได้โทรมาขอคำปรึกษาเรื่องนี้กับทางบริษัท เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากที่ ชบา (นามสมมุติ) ขับรถออกไปทำงาน  ซึ่งเมื่อเธอออกจากบ้านไปได้ช่วงระยะทางหนึ่งก็ถึงไฟแดง  จากนั้นเธอก็จอดก็มีรถมาชนท้ายของเธอ  ส่งผลทำให้กันชนของรถถลอกเป็นรอยและแตก  แต่ก่อนหน้านี้กันชนของชบาก็มีรอยอยู่แล้ว   ซึ่งหลังจากเกิดการเฉียวชนทาง บริษัทประกันภัยรถยนต์ ของคู่กรณี ที่ยอมรับผิดก็ทำการเขียนใบเคลมให้    โดยในใบเคลมได้ระบุความเสียหายว่า “ กันชนเป็นรอยมีแผลเก่า”  ซึ่งทางชบาเองก็ได้ให้อู่กลางตีราคาออกมา  ทางอู่ก็ได้ทำการตีราคาค่าซ่อม กันชนเป็นจำนวนเงิน  2,000 บาท  จากนั้นชบาก็เลยเอาไปให้บริษัทประกันภัยรถยนต์คู่กรณี  ซึ่งทางบริษัทประกันก็ได้ตีราคาให้ในราคา   1,000 บาท     ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวตามหลักปฏิบัติแล้ว  โดยหลักการของการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจะถูกระบุเอาไว้ ในกรมธรรม์  โดยจะมีเงื่อนไขกำหนดให้บริษัทชดใช้ตามความเสียหายที่แท้จริง   ซึ่งปกติแล้วเมื่อมีแผลก็ต้องทำทั้งชิ้น  แต่เนื่องจากในกรณีนี้ที่กันชนมีแผลเดิมอยู่ก่อนแล้ว และพนักงานบริษัทประกันภัยรถยนต์ก็เห็นแผลเดิมนั้น   วิธีคิดในการซ่อมครั้งนี้ทางบริษัทประกันภัยรถยนต์จึงให้เรามีส่วนร่วมในการซ่อมในครั้งนี้ด้วย  เนื่องจากถือว่าการซ่อมครั้งนี้เราก็ได้ซ่อมแผลเดิมด้วย แต่ที่จะต้องร่วมจ่ายค่าซ่อมมากน้อยแค่ไหน ก็ต้องต่อรองกับทางบริษัทประกันภัยรถยนต์ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าหลักการในการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนในแต่ละครั้งจะมีหลายส่วนเข้ามาเป็นปัจจัยร่วมในการพิจารณาด้วย  แต่อย่างไรก็ตามหากจะตัดสินใจซื้อประกันภัยรถยนต์ในแต่ละครั้ง  ก็ควรที่จะศึกษาของในเรื่องความคุ้มครองและรายละเอียดเกี่ยวกับประกันให้ดีเสียก่อน  ว่าให้ความคุ้มครองในเรื่องใดบ้าง  มีเงื่อนไขอะไรบ้างที่สามารถเคลมได้หรือเคลมไม่ได้  หรือมีเหตุการณใดบ้างที่เราจะต้องเข้าไปรับผิดชอบร่วมกับบริษัท  ฯลฯ  ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้จะถูกระบุเอาไว้ในกรมธรรม์ที่เราทำ  แต่อาจจะเขียนเป็นตัวหนังสือเล็ก  ที่ทำให้บ้างครั้งเรามองข้ามและไม่ได้อ่านในส่วนนี้  ซึ่งนี้เองจะทำให้เราเสียสิทธิต่างๆไป  […]

ชนแล้วแยกแลกใบเคลม – เคลมสดกรณีพิเศษที่สามารถทำได้จริง เรามีข้อยืนยัน

ชนแล้วแยกแลกใบเคลม (Knock to knock)…….เคลมสดกรณีพิเศษที่สามารถทำได้จริง ในยุคแห่งความเร่งรีบ  ส่งผลทำให้อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นบ่อยครั้ง  จึงส่งผลทำให้ไม่นานมานี้มีโครงการและนโยบาลของทางบริษัท ประกันภัยรถยนต์ อีซี่อินชัวร์  ที่มีชื่อว่า  “ชนแล้วแยกแลกใบเคลม”  ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจของคนใช้รถในถนนที่มีเวลาในการจำกัด  โดยถือว่าเป็นการ “เคลมสดกรณีพิเศษ”  หลายคนก็คงจะงงว่า เคลมสดกรณีพิเศษ คืออะไร แล้วสามารถใช้ได้จริงหรือไม่  เรามีคำตอบของคำถามเหล่านี้มาฝากกันค่ะ ในการเคลมสดกรณีพิเศษ   หมายถึง  ในกรณีอี่เกิดอุบัติเหตุชนกันแล้ว  บางครั้งสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมหรือไม่เอื้ออำนวยให้สามารถรอพนักงานเคลมของทางบริษัทมาเปิดเคลมให้ได้  และนอกจากนี้ก็เป็นไปได้ว่าทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีธุระต้องรีบไปทำ หรือการเกิดเหตุในเวลากลางคืนที่ประกอบกับสถานที่เกิดเหตุค่อนข้างเปลี่ยว   ซึ่งอาจจะไม่ปลอดภัย   ดังนั้นในทางปฏิบัติหากรอพนักงานเคลมของ บริษัทประกันภัยรถยนต์ มา เพื่อที่จะมาดำเนินการตามขั้นตอนนั้นอาจจะ ไม่สามารถทำได้   ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วจะมีวิธีการนี้เองก็ถือว่าเป็นวิธีที่เรายังสามารถรักษาสิทธิ์ในการเคลม ประกันภัยรถยนต์ ของเราได้  โดยที่ไม่ได้ทำตามขั้นตอนปกติ และสามารถทำได้  แต่ต้องเป็นกรณีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บเท่านั้น  ซึ่งสามารถทำได้ 3 กรณีดังต่อไปนี้ กรณีที่ 1  กรณีที่ทั้งสองฝ่ายมี ประกันภัยรถยนต์ ด้วยกันทั้งคู่ และสามารถที่จะตกลงกันได้ว่า ฝ่ายไหนเป็นถูกหรือฝ่ายไหนเป็นฝ่ายผิด  ถ้าทั้ง 2 ฝ่ายมีเอกสารที่เรียกว่า Knock to knock ก็สามารถกรอกข้อความในเอกสารนั้นได้ทันที จากนั้นก็ให้แลกกันได้เลย   ซึ่งรายละเอียดที่ต้องกรอกนั้นจะประกอบด้วย  รายละเอียดรถของคู่กรณี  ความเสียหายที่เกิดขึ้น […]

รถแต่งเพิ่ม…..สามารถทำประกันภัยรถยนต์ได้หรือไม่ เรามีคำตอบ ให้ คลิกเลย!!

รถแต่งเพิ่ม…..สามารถทำประกันภัยรถยนต์ได้หรือไม่ เมื่อได้รถมา  หลายๆคนก็อยากที่จะแต่งรถให้สวยให้เท่กันใช่ไหมค่ะ  โดยเฉพาะหนุ่มๆที่ชอบแต่งรถ  แต่ก็มีหลายคนที่ไม่อยากแต่งรถ เพราะกลัวว่าทางบริษัทประกันภัยรถยนต์จะไม่ให้ความคุ้มครอง หรือไม่ยอมที่จะทำประกันให้  ซึ่งในวันนี้เรามีความรู้ในเรื่องนี้มาฝากกันค่ะ โดยปกติทั่วไปแล้วในการทำ ประกันรถ  หลังจากซื้อรถในปีแรกนั้นทางบริษัทจะแถม ประกันภัยรถยนต์ มาให้พร้อมกับระบุส่วนเพิ่มมาให้ครอบคลุมทั้งหมด ซึ่งอุปกรณ์ทุกอย่างจะได้ความคุ้มครองครบถ้วนเท่ากับวันที่ไปรับรถคันนั้นมาเท่านั้น  ส่วนในกรณีที่ไปรับรถมาแล้วไปแต่งเพิ่มเดี๋ยวนั้น ถามว่ากรณีแต่งเพิ่ม หรือรถแต่งนั้นจะต้องทำอย่างไรกับประกัน   ต้องบอกเลยว่าในกรณีนี้  ไม่ว่าจะมีการแต่งเพิ่มไม่ว่าจะส่วนใดๆของรถก็ตาม หากต้องการให้ บริษัทประกันภัยรถยนต์ ให้ความคุ้มครอง ในกรณีที่เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ตกแต่งที่เพิ่มนั้น และเสียดายเงินในการซ่อม  ก็จำเป็นที่จะต้องแจ้งให้กับบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่คุณทำไว้ทราบว่า เราเองนั้นไปแต่งเพิ่มเติมมาเท่านั้นเท่านี้ แต่งอะไรมาบ้าง หลังจากที่แจ้งไปแล้วทางบริษัทก็จะส่งเจ้าหน้าที่มาประเมินราคาและเพิ่มความคุ้มครอง แต่เราก็จะต้องเพิ่มทุน ประกันภัยรถยนต์ ด้วยเช่นกัน  แต่ก็เป็นเงินจำนวนไม่มากหากต้องการความคุ้มครองในอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมนั้น    แต่หากเราไปแต่งรถเพิ่ม  โดยไม่ได้แจ้งให้กับทางบริษัททราบว่า  เราไปตกแต่งเพิ่มเติมอะไรบ้าง เมื่อเกิดความเสียหายขึ้น  ทาง บริษัทประกันภัยรถยนต์ ก็จะคุ้มครองเฉพาะอุปกรณ์เดิมเท่ากับวันออกรถหรือวันตรวจสอบครั้งสุดท้ายเท่านั้นก่อนจะให้กรมธรรม์กับคุณ ส่วนอื่นที่ไปแต่งเพิ่มก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองใดๆ เลย  แม้จะมีราคาค่างวดของรถที่แพงมากมายก็ตาม สรุปง่ายๆก็คือ เสียเงินเองไปฟรีๆนั้นเอง หากต้องการที่จะซ่อมให้กลับมาเหมือนเดิม ดังนั้นจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะไปทำไรกับรถมาก็ตามก็ควรจะแจ้ง บริษัทประกันภัยรถยนต์ ให้ทราบทุกครั้ง อย่างเช่นในกรณีที่ออกรถวันแรกแล้วไปแต่งเครื่องเสียงใหม่เต็มสูบ  จากนั้นก็แจ้งประกัน บริษัทประกันก็เราทำการให้เพิ่มทุนเล็กน้อยแลกกับความคุ้มครองไปอีก 1 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็แอบบ่นว่าเสียวแทนคนที่มาชนจริงๆ เพราะค่าประกันนั้นเยอะ  ส่วนอีกกรณีหนึ่งคือ  ออกรถมาแล้ว  ก็แต่งเพิ่มเต็มสูบรอบคัน แต่ไม่ได้ทำการแจ้งทาง บริษัทประกันภัยรถยนต์  ซึ่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุเจ้าหน้าที่ก็จะเขียนใบเคลมให้ครอบคลุมอุปกรณ์ปกติ   จากนั้นอู่ก็จะสอบถามถึงอุปกรณ์ที่ต้องซ่อมเพิ่มเติมว่าต้องการซ่อมหรือไม่  เนื่องจากทางอู่เอไม่สามารถที่จะเบิกเงินกับ […]

ประกันภัยรถยนต์ 2 พลัส กับประกันชั้น 2 ทั่วไปอย่างไร เรามีวิธีบอก รับลองใช้ได้จริง

ประกันภัยรถยนต์ 2 พลัส กับประกันชั้น 2 ทั่วไปอย่างไร ปัจจุบัน ประกันภัยรถยนต์ 2 พลัส ถือว่าเป็นประกันอีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมไม่แพ้ประกันภัยในรูปแบบอื่นๆเลยทีเดียว  ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่ามีความคุ้มครองที่ค่อยข้างครอบคลุมและน่าซื้อเมื่อเทียบกับราคานั้นเอง  และด้วยความนิยมของ ประกันภัยรถยนต์ 2 พลัส มีจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นเรื่องๆ  แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องให้ความสำคัญก็ยังคงเป็นเรื่องของการเลือกใช้กรมธรรม์นี้ว่า  เมื่อทำไปแล้วทางบริษัทจะให้ความคุ้มครองในเรื่องใดแก่เราบ้าง  ดังนั้นในวันนี้ ในฐานของคนขาย ประกันและทำประกันชั้น 2 พลัส  เราเองมีความรู้ในเรื่องนี้มาฝากกันค่ะ โดยทั่วแล้ว ประกันภัยรถยนต์ 2 พลัส เหมาะกับคนที่มีความเสี่ยงน้อยในเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น และมีงบน้อยในการจ่ายเบี้ยประกันภัยรถยนต์  แต่ต้องการกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองได้ในระดับหนึ่ง  ที่สำคัญประกันภัยประเภทนี้เหมาะสำหรับรถที่มีอายุ  10 – 15 ปี   เชื่อว่าหลายๆคนคงจะไม่เข้าใจว่า หรือกำลัง “งง” ว่า ประกันภัยรถยนต์ 2 พลัส กับประกันภัยชั้น 2 ต่างกันอย่างไร  อันที่จริงแล้ว ประกันภัยรถยนต์ 2 พลัส เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองเพิ่มเติมจาก ประกันชั้น 2 ที่แยกออกมา  […]

ประกันภัยใกล้หมด….สามารถซื้อล่วงหน้าได้ไหม เรามาหาคำตอบด้วยตัวเองกันดีกว่า อ่านเลย

ประกันภัยใกล้หมด….สามารถซื้อล่วงหน้าได้ไหม ปัจจุบันมีคนที่ใช่รถจำนวนไม่น้อยร่วมไปถึงคนที่ใช้รถใหม่ที่ไม่เคยต่อ ประกันรถ มาก่อน  ทำให้หลายคนคิดว่า  จะสามารถต่อ ประกันรถ ไว้ก่อนได้หรือไม่  เพราะหากใกล้ช่วงเวลาแล้วจะไม่สามารถที่จะต่อประกันภัยรถยนต์ได้ หรือกลัวประกันหมดและจะไม่คุ้มครอง   วันนี้เรามีคำตอบของคำถามนี้มาบอกให้ฟังกันค่ะ ตามหลักทั่วไปแล้ว  เรื่องของความคุ้มครองรถยนต์จะสามารถคุ้มครองได้ทันที  หลังจากที่ผู้อำประกันหรือผู้เอาประกันชำระเบี้ยประกันนั้นแล้ว  แต่ในทางปฏิบัติ  ก็ควรที่จะเผื่อเวลาในการทำ ประกันรถให้กับตัวแทนหรือนายหน้าแจ้งงานขงานเข้าบริษัทประกัน   เพื่อที่จะได้ให้ทางบริษัทประกันได้ตอบรับการแจ้งงานไว้    ซึ่งในการทำ ประกันรถ ชั้น 1 ในการต่อ ประกันรถ แต่ละครั้งจะมีเงื่อนไขในการต่อยู่แล้วว่า   จะต้องทำการถ่ายรูปรถก่อนทำประกัน    โดยความคุ้มครองจะมีผลสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อเจ้าหน้าที่บริษัทของประกันภัยรถยนต์ได้ไปถ่ายรูปรถของเราเสร็จและตกลงรับประกันในระหว่างรอถ่ายรูปรถให้เสร็จ  ซึ่งจะได้รับความคุ้มครองเป็นประกัน 3+ คือ สามารถที่จะเคลมได้เฉพาะในกรณีเกิดอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก หรือในกรรีที่รถชนรถ เท่านั้น   ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ตมแต่เงื่อนไขของบริษัทประกันนั้นๆที่เราไปทำ ประกันรถ ด้วย    ส่วนในเรื่องของระยะเวลาในการต่อประกันนั้น เพื่อให้การต่อ ประกันรถ ยนต์เป็นไปอย่างราบเรียบก็อย่าพึ่งใจร้อน  โดยคนที่ต้องการทำประกันภัยชั้น 1  ผู้เอาประกันสามารถที่จะแจ้งการทำประกันล่วงหน้าในระยะเวลาประมาณ 15-30 วัน  ส่วนสำหรับการทำประกันประเภทอื่นๆนั้นก็สามารถที่จะแจ้งล่วงหน้าประมาณ 7-14 วัน  ซึ่งตัวเราเองก็ควรที่จะเตรียมเอกสารให้พร้อมด้วยนะค่ะ  เพราะเมื่อถึงเวลาก็จะได้นำเอกสารนั้นมาให้ทางบริษัท เพื่อทำการต่อประกันรถยนต์ต่อไป  ซึ่งในการทำประกันภัยรถยนต์ตาละครั้งอาจจะต้องใช้ระยะเวลาสักหน่อย เนื่องจากจะต้องดำเนินการหลากหลายขั้นตอน พร้อมทั้งจะต้องตรวจเอกสารให้ถูกต้องนั้นเอง  ดังนั้นก็อย่าโมโหหรือพึ่งใจร้อนกับหน้าหน้าหรือบริษัทประกันภัยรถยนต์ว่าล่าช้านะค่ะ  เพราะเนื่องจากเขาจะต้องตรวจสอบหลายขั้นตอนนั้นเอง […]

เทคนิคการเลือกซื้อประกันรถยนต์ให้เบี้ยถูกลง ..เรามีบทความมากมายที่เป็นประโยชน์

เทคนิคการเลือกซื้อประกันรถยนต์ให้เบี้ยถูกลง .. เมื่อเราเป็นผู้บริโภค เราก็จะต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง  ในการเลือก ซื้อประกันรถยนต์ จะเลือกซื้อประกันรถยนต์ที่ไหนดีให้คุ้มค่า กับเงินที่จ่ายไป   ซึ่งแน่นอนว่าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของใครหลายๆคนไปแล้วรวมไปถึงในเรื่องของการซื้อขายด้วยเช่นกัน  ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ไม่ยากเลยที่จะหาคำตอบให้กับหลายคนที่ตั้งคำถามว่า ซื้อประกันรถที่ไหนดี  เพราะในปัจจุบันมีหลากหลากบริษัทให้เลือกแถมยังมีเบี้ยที่ถูกด้วย ว่าแต่จะเลือกซื้อประกันรถยนต์ที่ไหนให้เบี้ยประกันถูกลงเราไปดูกันเลยดีกว่านะค่ะ เนื่องจากปัจจุบันเราสามารถที่จะเช็คราคาประกันภัยรถยนต์ได้ผ่านทาง internet ได้โดยสามารถที่จะทราบราคาทันที  ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องรอให้ทางบริษัทติดต่อกลับเหมือนกับสมัยก่อน โดยการเช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์จากทุกบริษัท  สามารถทำได้ด้วยการผ่านหน้าเว็บต่างๆ  เพียงกรอกข้อมูลออนไลน์ ครั้งเดียวเท่านั้น   โดยวิธีเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์  ที่เบี้ยประกันถูกที่หลายคนถามว่าซื้อ ประกันรถยนต์ที่ไหนดี ที่มีเบี้ยประกันถูก  สามารถทำได้ดังต่อไปนี้ เริ่มจากพยายามค้นหาเบี้ยประกัน จากเว็บไซต์ต่างๆ ที่สามารถเช็คเบี้ยออนไลน์ real time ที่สามารุทราบราคาทันที  ซึ่งก็ได้แก่  www.easyinsure.co.th. เว็บนี้จะมีมีราคาเบี้ยประกันมากที่สุด มากกว่า 10 บริษัทในการกรอกข้อมูลเพียงครั้งเดียว และค่อนข้างรักษาความเป็นส่วนตัวพอสมควร   ต่อมาเป็นเว็บของกล้วยกล้วย ดอทคอม เว็บนี้จะเด่นตรงราคาลด 15% แต่ข้อเสียคือสำหรับรถประวัติดี โอนย้ายไม่ได้ เนื่องจากระบบคำนวณเบี้ยยังไม่ละเอียด และยังมีบริษัทประกันให้เลือกน้อยกว่าเว็บแรก และต่อมาคือ   easyinsure ,  Tesco broker,   ASN Broker, ANC […]

1 6 7 8 9
แนะนำเทคนิค ประกันรถ และการเปรียบเทียบราคา ประกันภัยรถยนต์ ที่ไหนดี ที่นี่มีคำตอบ